
รางผ้าม่านมีกี่แบบ? ควรเลือกอย่างไรให้ใช้งานได้อย่างเหมาะสม
ผ้าม่าน เป็นอุปกรณ์ตกแต่งบ้านอีกหนึ่งประเภทที่มีหน้าที่บดบังแสงแดด และอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกทั้งยังทำให้บ้านดูสวยงามและสมบูรณ์แบบขึ้นด้วย ซึ่งหลายคนนั้นมักจะให้ความสำคัญกับการเลือกผ้าม่านอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเนื้อผ้า รูปแบบ การใช้งาน หรือสีสัน แต่มีอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันเลยนั่นก็คือรางผ้าม่านซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการติดตั้งม่านนั่นเอง หากเรามีการเลือกรางผ้าม่านในรูปแบบที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะกับผ้าม่าน ก็อาจจะทำให้เกิดความเสียหายได้ ในบทความนี้เราจึงจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับรางผ้าม่านกันว่าอุปกรณ์ชนิดนี้คืออะไร มีกี่แบบ ควรเลือกแบบไหน และมีความสำคัญอย่างไร ไปดูกันได้เลยค่ะ
รางม่าน หรือรางผ้าม่าน เป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่ในการแขวนผ้าม่าน ช่วยให้ผ้าม่านมีที่ยึดอย่างแข็งแรงขึ้น ทำให้ผ้าม่านทิ้งตัวสวยงามและเป็นคลื่นลอนในสไตล์ที่ต้องการ แต่ในการเลือกรางผ้าม่านนั้น นอกจากจะต้องเลือกแบบที่ตัวเองชอบแล้ว ยังต้องเลือกให้เหมาะสมกับรูปแบบของผ้าม่านอีกด้วย เพราะในปัจจุบันนี้ร่างผ้าม่านมีให้เลือกใช้งานอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบมากๆ โดยเราสามารถเลือกประเภทและวัสดุให้เข้ากับการตกแต่งได้อีกด้วย
4 ประเภทของร่างผ้าม่านที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน
โดยทั่วไปแล้ว ประเภทของรางผ้าม่านที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบันและเราสามารถเห็นกันได้บ่อยๆ นั้นมีอยู่ด้วยกัน 4 ประเภท คือ
- รางม่านแบบลูกเลื่อน
รางม่านแบบลูกเลื่อน เป็นรางผ้าม่านที่เป็นลักษณะของลูกล้อในรางที่สามารถเลื่อนใช้งานได้อย่างสะดวก ถึงแม้จะเปิดหรือปิดบ่อยๆ ก็ไม่เกิดปัญหาใดๆ ตามมา โดยจุดเด่นรางม่านแบบลูกเลื่อนหรือล้อเลื่อนนี้ ในขณะที่ปิดม่านแล้วจะมิงไม่เห็นตัวรางเลย ทำให้เป็นระเบียบ ดูไม่รก สามารถใช้ได้กับทั้งม่านจีบหรือม่านลอน และยังสามารถติดตั้งได้ทั้งประตูและหน้าต่างอีกด้วย ซึ่งรางม่านแบบลูกเลื่อนนี้ยังสามารถแบ่งออกได้อีกเป็น 2 ประเภทย่อยๆ คือ- รางตัวซี ซึ่งเป็นรางลูกเลื่อนที่ใช้ได้เฉพาะผ้าม่านแบบจีบเพียงอย่างเดียว มีราคาถูกมากที่สุด แต่วัสดุค่อนข้างบางและอาจจะเปิดปิดได้ยาก
- รางตัวยู เป็นรางลูกเลื่อนแบบไมโคร มีให้เลือกมากมายหลายเกรด จึงมีราคาที่หลากหลาย เหมาะสำหรับการติดตั้งม่านแบบไม่ต้องโชว์ตัวราง

- รางม่านแบบรางโชว์
รางม่านแบบรางโชว์ เป็นรางม่านที่เมื่อติดตั้งแล้วจะทำให้เรามองเห็นตัวรางอย่างชัดเจน ไม่ได้ถูกบดบังด้วยผ้าม่านเหมือนรางม่านแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาเปิดหรือปิดม่านก็ตาม ด้วยดีไซน์เฉพาะแบบ จึงเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบการตกแต่งประตู หน้าต่าง นอกจากนี้รางม่านแบบรางโชว์ยังทำมาจากวัสดุที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป โดยมีอยู่ด้วยกัน ดังนี้- รางโชว์แบบเหล็ก เหมาะสำหรับบ้านสไตล์ลอฟท์ หรือร่วมสมัย ทำมาจากเหล็กทั้งตัวราง ห่วงม่านและขาจับเหล็ก ส่วนมากจะเป็นสีดำ สีเงิน สีทอง และสีบรอนซ์
- รางโชว์แบบไม้ เหมาะจะพบการใช้งานในโรงแรม ที่เน้นการออกแบบใกล้ชิดธรรมชาติ มินิมอลสไตล์ มีให้เลือกหลายรูปแบบ แนะนำว่าการเลือกมาใช้งานนั้นเหมาะกับหน้าต่างที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ถ้าเป็นหน้าต่างขนาดใหญ่ บานหน้าต่างกว้าง ไม้อาจจะโก่งตัว เปิดปิดไม่สะดวก
- รางโชว์แบบสแตนเลส มีราคาถูกกว่าแบบเหล็ก สามารถใช้ทดแทนกันได้ แต่มีข้อเสียคือไม่กันความชื้นและเกิดสนิมได้ง่าย
- รางโชว์แบบอลูมิเนียม มีราคาถูกกว่าแบบไม้ แต่สามารถนำมาดัดแปลงทาสีให้เหมือนไม้ได้ หาซื้อง่ายและมีราคาไม่แพง

- รางม่านแบบโค้งดัดมือ
รางม่านแบบโค้งดัดมือ เป็นรางม่านที่มีลักษณะคล้ายกับรางตัวยูแต่ใช้วัสดุที่มีความบางมากกว่า จึงมีราคาถูกกว่ารางม่านแบบลูกเลื่อน โดยตัวรางมักจะผลิตจากอลูมิเนียม และลูกล้อทำจากพลาสติก สามารถดัดโค้งได้ด้วยมือ หาซื้อง่าย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด และเหมาะสำหรับการติดตั้งประตูหรือหน้าต่างที่เป็นโค้งมนอีกด้วย
- รางม่านแบบพับ
รางม่านแบบพับ เป็นรางม่านแบบสุดท้ายที่มีความแตกต่างจากรางม่านประเภทอื่นๆ เพราะมีลักษณะการเปิดปิดแบบดึงตัวผ้าม่านขึ้นลง ซึ่งรางม่านแบบอื่นจะเป็นการเปิดปิดแบบเปิดออกด้านข้าง ใช้วัสดุในการผลิตเดียวกันกับรางแบบโค้งดัดมือ คือ ตัวรางมักจะผลิตจากอลูมิเนียม และลูกล้อทำจากพลาสติก

ควรเลือกรางม่านแบบไหนดี ให้มีคุณภาพและเหมาะสมกับการใช้งาน
สำหรับรางม่านทั้ง 4 ประเภทที่เราได้แนะนำไปนั้นต่างก็มีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการของผู้ใช้งาน ดังนั้น ในการเลือกรางม่าน ควรเลือกตามความถูกต้องและเหมาะสมมากกว่า โดยมีเทคนิค ดังนี้
- เลือกรางม่านที่สามารถติดตั้งได้อย่างพอดีทั้งกับประตูและหน้าต่าง เพื่อความสวยงาม ซึ่งรูปแบบของประตูและหน้าต่างแต่ละแบบนั้นก็จะมีรางม่านที่เหมาะสมแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นบานใหญ่ บานเล็ก หรือบานโค้ง โดยวิธีการเลือกจะต้องเลือกรางผ้าม่านให้ยาวกว่าขอบวงกบ ข้างละประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อให้มีพื้นที่เหลือด้านข้าง สำหรับม้วนผ้าม่านเมื่อต้องการเปิดไว้
- เลือกรางม่านที่เปิดปิดได้อย่างลื่นไหล ไม่มีสะดุด มีความแข็งแรงทนทาน สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน รับน้ำหนักของผ้าม่านได้ดี ไม่ส่งเสียงรบกวนขณะใช้งาน และที่สำคัญ เมื่อติดตั้งออกมาแล้วตัวรางจะต้องไม่หักงอหรือดูไม่สวยงาม
- เลือกรางม่านที่เข้ากับสไตล์ผ้าม่านหรือการตกแต่งบ้าน หากเลือกในสไตล์ที่ตรงกันข้าม อาจจะทำให้มุมๆ นั้นไม่น่ามอง และดูขัดตาได้
ทั้งหมดนี้ก็เป็นรูปแบบรางผ้าม่าน พร้อมเทคนิคการเลือกรางผ้าม่านแบบง่ายๆ หากใครที่เลือกได้แล้วว่าอยากจะได้รางผ้าม่านแบบไหนให้เหมาะกับการตกแต่งบ้าน หรืออยากติดตั้งผ้าม่านใหม่ เลือกที่ Republicaa ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผ้าม่าน ที่ใส่ใจเรื่องคุณภาพและบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับผ้าม่านที่ดีที่สุด ตัดเย็บด้วยช่างมากฝีมือที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี ออกแบบและผลิต collection ผ้าใหม่ทุกสัปดาห์ กว่า 1,000 ลาย พร้อมมีทีมงานให้บริการติดตั้งผ้าม่านอย่างมืออาชีพ
สอบถามผ้าม่าน ติดต่อ Republicaa
โทรศัพท์ : 065-992-9156
LINE : @republicaa
Instagram : republicaa.th
