
ม่าน blackout ม่านกันแสง กันแดด UV 100% ห้องสวยไร้แสงรบกวน
ในปัจจุบัน ม่าน blackout เป็นม่านที่กำลังได้รับความนิยมสูง ด้วยประโยชน์โดดเด่นในด้านการกันแดด กันแสง ซึ่งเหมาะสำหรับประเทศไทยที่มีแดดอันร้อนแรง ไม่ว่าจะเป็นบ้าน คอนโด โครงการหมู่บ้าน โรงแรม รีสอร์ตต่าง ๆ ก็สามารถเลือกติดม่าน blackout ได้ บทความนี้จะพาคุณผู้อ่านทำความรู้จักกับ "ม่าน blackout" ม่านกันแสง สำหรับคนต้องการความมืดภายในห้อง
ม่าน blackout หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า ม่านกันแสง UV 100% คือผ้าม่านที่มีความทึบแสง แสงจะไม่สามารถลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาได้ มีคุณสมบัติในการกันแสงและรังสี UV ได้ 100% จึงทำให้ห้องมืดสนิท ไม่มีแสงรบกวน ทั้งแสงจากธรรมชาติ และแสงไฟทั้งจากภายในบ้านและนอกบ้าน และในบางรุ่นยังเพิ่มคุณสมบัติพิเศษคือ ป้องกันการลามไฟ และดูดซับเสียงสะท้อนภายนอกได้ดี นอกจากนี้ ม่าน blackout จะไม่สามารถมองเห็นวิวด้านหลังผ้าได้ รวมถึงคนภายนอกก็จะไม่สามารถมองผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องได้เช่นเดียวกัน การติดม่าน blackout นอกจากจะให้ห้องที่มืดสนิทแล้ว ยังให้ความเป็นส่วนตัวสูงอีกด้วย
ม่าน blackout สามารถแบ่งได้ 3 ชนิด ดังนี้
- ม่าน blackout แบบเคลือบโฟม
ม่าน blackout แบบเคลือบโฟมนี้ ด้านหลังของม่าน จะเคลือบด้วยโฟม ผิวสัมผัสจะมีลักษณะคล้ายกับฟองน้ำ จึงมีความหนามากกว่าม่าน blackout ชนิดอื่น ๆ ซึ่งความหนาของผ้าจะช่วยกันแสง และช่วยซับเสียงได้ ม่าน blackout แบบเคลือบโฟม จะมีอายุการใช้งานไม่ค่อยยาวเท่าไหร่นัก เนื่องจากตัวโฟมด้านหลังอาจติดกัน หรือเกิดการขีดข่วนจนทำให้หลุดลอกได้
- ม่าน blackout แบบเคลือบซิลิโคน
ม่าน blackout แบบเคลือบซิลิโคน ถูกพัฒนาขึ้นมาจากแบบเคลือบโฟม โดยจะทำการเคลือบซิลิโคนที่ด้านหลังของผ้า ทำให้ผ้ามีน้ำหนักมากขึ้น เกิดความทิ้งตัวและขึ้นลอนสวยงาม ทั้งยังช่วยรักษารูปทรงของม่านไว้ได้ ช่วยกันแสง และยังช่วยกั้นแอร์ได้อีกด้วย
- ม่าน blackout แบบหลังผ้า
ม่าน blackout แบบหลังผ้า คือการใช้ผ้าชนิดเดียวกัน 2 ชิ้น ประกบกันหน้าหลัง ส่วนตรงกลางด้านในจะเคลือบวัสดุทึบแสงไว้เพื่อให้สามารถกันแสงได้ ซึ่งทำให้ม่านชนิดนี้มีข้อดีเรื่องความสวยงาม เพราะสามารถโชว์ลวดลาย สีสันของม่านได้ทั้ง 2 ด้าน
- สร้างความสวยงาม เช่นเดียวกับม่านแบบอื่น ๆ ม่าน blackout สามารถช่วยในการตกแต่งห้อง และบ้านให้สวยงาม เข้าได้กับบ้านทุกสไตล์ สร้างความสมบูรณ์และลงตัวให้กับบ้านของคุณได้
- กันแสงแดด แสง UV 100% ได้ ทำให้ แสงแดด แสง UV ไม่สามารถส่องเข้ามารบกวนผู้อาศัย และเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องได้ รวมถึงผนัง วอลเปเปอร์ต่าง ๆ ที่ติดภายในห้องก็จะไม่เสียหายจากแสงแดด
- กันแสงไฟได้ ทั้งแสงไฟจากห้องอื่น ๆ หรือไฟทางเดินภายในบ้าน รวมทั้งแสงไฟจากภายนอก เช่น ไฟระเบียง ไฟโรงจอดรถ ที่เปิดไว้เพื่อความปลอดภัย และไฟจากถนนนอกตัวบ้าน
- ช่วยลดความร้อนได้ เมื่อแสงแดดไม่สามารถส่องผ่านเข้ามาได้ ทำให้ห้องไม่ร้อน ช่วยลดความร้อนขณะที่มีการใช้งานภายในห้อง และลดความร้อนสะสมภายในห้องได้
- ช่วยประหยัดพลังงานได้ เมื่อห้องไม่ร้อน จะช่วยทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานไม่หนักจนเกินไป เมื่อเทียบกับห้องที่ถูกแสงแดดส่องโดยตรง หรือห้องที่อมแดด และยังสามารถใช้ในการกั้นแอร์ได้อีกด้วย ทำให้ประหยัดพลังงานได้มากกว่า ช่วยประหยัดค่าไฟได้
- ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว เนื่องจากมีคุณสมบัติทึบแสง บุคคลภายนอกจึงไม่สามารถมองผ่านม่านเข้ามาภายในห้องได้ สร้างความเป็นส่วนตัวให้กับผู้ใช้งาน เหมาะกับห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูงมาก ๆ เช่น ห้องนอน ห้องแต่งตัว
- ช่วยซับเสียงจากภายนอกได้ โดยปกติผ้าจะมีคุณสมบัติในการซับเสียง โดยเฉพาะม่าน blackout ที่มีการเคลือบสารกัน UV ไว้ รวมถึงวัสดุในการผลิตผ่าน จะยิ่งช่วยซับเสียงได้ดีขึ้น ช่วยกันเสียงรบกวนจากภายนอก เช่นเสียงรถวิ่งบนถนน เสียงสุนัขเห่า เป็นต้น
ในส่วนของข้อควรระวัง จะเป็นในเรื่องของการดูแลรักษา การทำความสะอาด เนื่องจากม่าน blackout จะมีกระบวนการผลิตที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากเนื้อผ้าธรรมดา ในการซักทำความสะอาด จึงต้องใช้ความระมัดระวังค่อนข้างมาก แนะนำให้ใช้บริการจากผู้ที่เชี่ยวชาญในการซัก และทำความสะอาดม่านโดยตรง เพื่อยืดอายุการใช้งานของม่าน blackout ให้นานขึ้น
ม่าน blackout เหมาะกับห้องอะไร และใครบ้าง
- เหมาะสำหรับห้องนอน เพราะม่าน blackout ทึบแสง กันแสงแดด และกันแสง UV ได้ 100% จึงเหมาะสำหรับใช้ติดในห้องนอน ช่วยให้นอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ไม่ถูกรบกวนจากแสงภายนอก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องนอนเวลากลางวัน เช่นผู้ที่ทำงานกะกลางคืน นักบิน แอร์โฮสเตส เป็นต้น เพราะม่าน blackout ช่วยสร้างบรรยากาศในการนอนให้เหมือนกับเวลากลางคืนได้ ซึ่งช่วยในเรื่องของสุขภาพมากกว่า รวมถึงผู้ที่ชอบหรือมีความจำเป็นต้องนอนตื่นสาย ทำให้แสงแดดไม่แยงตา ไม่ถูกปลุกขึ้นมาด้วยแสงแดด ทั้งยังช่วยซับเสียง ไม่ถูกรบกวนจากเสียงต่าง ๆ ภายนอก เช่น บ้านหรือคอนโดติดถนน ที่มีการจราจรคับคั่ง หรืออยู่ใกล้สถานที่ก่อสร้าง ช่วยให้การนอนมีคุณภาพยิ่งขึ้น
- เหมาะสำหรับห้องที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง เช่นห้องนอน ห้องแต่งตัว เพราะบุคคลภายนอกจะไม่สามารถมองเข้ามาภายในห้องได้ ทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูงกว่าม่านแบบอื่น ๆ
- เหมาะสำหรับห้องโฮมเธียเตอร์ สำหรับผู้ที่รักการชมภาพยนตร์ ซีรีส์ต่าง ๆ มักจะมีห้องโฮมเธียเตอร์ไว้เพื่อรับชมภายในบ้านเป็นการส่วนตัว การใช้ม่าน blackout จะช่วยให้ห้องมืดสนิท ให้บรรยากาศคล้ายโรงหนัง รวมทั้งห้องประชุม ห้องสัมมนา ห้องบรรยายพิเศษ ที่ต้องฉายโปรเจคเตอร์ขึ้นจอภาพ ก็จะช่วยไม่ให้แสงจากภายนอกรบกวนการแสดงผลบนจอภาพได้
- เหมาะสำหรับห้องที่ได้รับแดดฝั่งตะวันตก เพราะแดดช่วงบ่ายจะแรงกว่าแดดในช่วงเช้า การติด ม่าน blackout ให้กับห้องฝั่งนี้ จะช่วยป้องกันแสงแดดในช่วงเวลาที่แดดร้อนและแรงที่สุดได้ ทำให้สามารถใช้งานห้องในช่วงเวลานี้ได้ และยังช่วยลดการอมแดดและสะสมความร้อนภายในห้องด้วย
นอกจากนั้นม่าน Blackout ยังเหมาะสำหรับผู้ที่แพ้แดด แพ้แสง หรือห้องเลี้ยงเด็ก ไม่ว่าจะปกป้องผิวหรือสายตาจากแสงแดด ก็สามารถติดม่าน Blackout ช่วยได้ รวมถึงห้องที่เก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่นคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ อุปกรณ์ไฟฟ้า สิ่งของที่ไม่ทนแดดต่าง ๆ เช่นเฟอร์นิเจอร์จากพลาสติก หรือวัสดุบางชนิด แผ่นฟิล์ม เป็นต้น การติดม่าน Blackout จะช่วยป้องกันแสงแดดและความร้อนให้กับสิ่งของเหล่านี้ได้ เป็นการช่วยให้ยืดอายุอุปกรณ์และสิ่งของให้นานขึ้น
เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้เชื่อว่าหลาย ๆ ท่านคงสนใจติด ม่าน Blackout เพื่อประโยชน์ต่าง ๆ กันมากขึ้น Republicaa จำหน่ายม่าน Blackout หลากหลายสไตล์ ผลิตจากผ้าคุณภาพสูง มีคุณสมบัติกันแสงได้ 100% ช่วยลดแสงแดดและความร้อนจากภายนอก ช่วยให้ห้องเย็นสบายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกอีกด้วย มีให้เลือกหลายเฉดสีและลวดลาย เพื่อให้เข้ากับการตกแต่งภายในห้องของคุณ นอกจากม่าน Blackout แล้ว Republicaa ยังมีผ้าม่านประเภทอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ม่านตาไก่ ม่านจีบ ม่านพับ ม่านม้วน มู่ลี่ และผ้าม่านสำเร็จรูป เป็นต้น คุณสามารถเลือกผ้าม่านได้ตามสไตล์การตกแต่งภายในห้องและความต้องการใช้งานของคุณ
สอบถามเรื่อง ม่าน Blackout ติดต่อ Republicaa
